วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

 21/09/2563


🎲 บันทึกการเรียนครั้งที่ 5



อาจารย์ให้คิดกิจกรรมเกมศึกษาของแต่ละหน่วยในแต่ละวันโดยให้วาดรูปกิจกรรมลงในแผ่นกระดาษเอ4 

เกมการศึกษา  หมายถึง กิจกรรมการเล่นที่ช่วยพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก แต่เน้นทางสติปัญญา มีกฎกติกาง่ายๆ เหมาะสำหรับเด็กปฐมวัยและความสนุกสนานจากการเล่น
มี
กระบวนการในการเล่นจากสื่อตามชนิดของเกมประเภทต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน เด็กสามารถเล่นคนเดียวและเล่นเป็นกลุ่มได้
     เกมการศึกษาที่
เหมาะสมสำหรับเด็กวัย 3-5ขวบ เช่น เกมจับคู่ แยกประเภท จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับ วางภาพต่อปลาย (Domino) เกมศึกษารายละเอียดของภาพ (Lotto) ภาพตัดต่อ (Jig-saw puzzle)


หลังจากนั้นอาจารย์ให้เขียนแผนจัดประสบการณ์กิจกรรมเสริมประสบการณ์ และได้ให้คำแนะนำว่าในแผนควรเพิ่มเติมอะไรบ้าง



การประเมิน

ประเมินตนเอง

👉 ยังไม่ตั้งใจฟังเท่าไหร่ แต่ทำกิจกรรมได้สำเร็จ

ประเมินอาจารย์

👉 อาจารย์ให้คำแนะนำเพิ่มเติมดี

ประเมินเพื่อน

👉 เพื่อนตั้งใจทำกิจกรรม

บันทึกการเรียนครั้งที่3

 31/08/2563


🍀 บันทึกการเรียนครั้งที่ 3 🍀




อาจารย์ให้นั่งเป็นครึ่งวงกลม และให้คิดท่าแนะนำตัวโดยใช้อวัยวะในร่างกายของตัวเองโดยเปลี่ยนท่าตามพยางค์ของชื่อจริง โดยครั้งที่1 ให้ใช้ทุกส่วนส่วนใดก็ได้ ครั้งที่2 ห้ามใช้ส่วนแขน ครั้งที่3 ห้ามใช้อวัยวะส่วนขา กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนากระบวนการคิดของเด็ก พัฒนาสมองส่วนหน้า หรือ EF




EF (Executive Functions) 

เป็นกระบวนการทางความคิด (Mental process) ในสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ เช่น การยั้งใจคิดไตร่ตรอง การควบคุมอารมณ์ การยืดหยุ่นทางความคิด การตั้งเป้าหมาย วางแผน ความมุ่งมั่น การจดจำและเรียกใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ และการทำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนจนบรรลุความสำเร็จ ซึ่งเป็นทักษะที่มนุษย์เราทุกคนต้องใช้ มีความสำคัญยิ่งต่อทั้งความสำเร็จในการเรียน การทำงาน รวมทั้งการมีชีวิตครอบครัว ทักษะ EF นี้นักวิชาการระดับโลกชี้แล้วว่า สำคัญกว่า IQ

ช่วงวัย 3-6 ปี เป็นช่วงเวลาทองของชีวิตในการพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก เพราะสมองจะมีการพัฒนาทักษะ EF ได้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ พ้นจากช่วงเวลานี้ไปถึงวัยเรียน วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น แม้จะยังพัฒนาได้ แต่ก็จะไม่ได้ดีเท่ากับช่วงปฐมวัย

1.Working memory ความจำที่นำมาใช้งาน ความสามารถในการเก็บข้อมูล ประมวล และดึงข้อมูลที่เก็บในคลังสมองของเราออกมาใช้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ

2.Inhibitory Control การยั้งคิด และควบคุมแรงปรารถนาของตนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมได้ในกาลเทศะที่สมควร เด็กที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ ก็เหมือน “รถที่ขาดเบรก”

3.Shift หรือ Cognitive Flexibility การยืดหยุ่นความคิด สามารถปรับเปลี่ยนความคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปยืดหยุ่นพลิกแพลงเป็น เห็นทางออกใหม่ๆ และคิดนอกกรอบ”ได้

4.Focus / Attention การใส่ใจจดจ่อมุ่งความสนใจอยู่กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยไม่วอกแวก

5.Emotional Control การควบคุมอารมณ์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับความเครียดความเหงาได้ มีอารมณ์มั่นคง และแสดงออกแบบที่ไม่รบกวนผู้อื่น

6.Planning and Organizing การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการเริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบโครงสร้าง จนถึงการแตกเป้าหมายให้เป็นขั้นตอน

7.Self -Monitoring การรู้จักประเมินตนเอง รวมถึงการตรวจสอบการงานเพื่อหาจุดบกพร่อง และรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร ได้ผลอย่างไร

8.Initiating การริเริ่มและลงมือทำงานตามที่คิดเมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

9.Goal-Directed Persistence ความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย เมื่อตั้งใจและลงมือทำแล้ว มีความมุ่งมั่นบากบั่น ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็พร้อมฝ่าฟันจนถึงความสำเร็จ



หลังจากนั้นอาจารย์ให้นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวประกอบเพลง โดยครั้งแรกให้เคลื่อนไหวตามอิสระ (เพลงChicken dence) หลังจากนั้นให้แบ่งกลุ่มและให้คิดท่าเต้นประกอบดนตรี อาจารย์ไดให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคิดท่าทางประกอบเพลงของแต่ละกลุ่ม และการที่จะนำไปจัดกิจกรรมให้กับเด็ก การให้เด็กเปลี่ยนท่าทางตามจังหวะเพลง คิดท่าเต้นง่ายๆและใช้ท่าไม่เยอะ 





สุดท้ายอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มที่เหลือออกมาสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ



การประเมิน

ประเมินตนเอง

➯ มีความตั้งใจทำกิจกรรมเล็กน้อย ชอบคุยเล่นกับเพื่อน

ประเมินอาจารย์

➯ จัดกิจกรรมได้สนุกสนานน่าสนใจ และมีการแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ

ประเมินเพื่อน

➯ ตั้งใจร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียน


บันทึกการเรียนครั้งที่1

17/08/2563


☁ บันทึกการเรียนครั้งที่ 1 ☁


☁ อาจารย์ทบทวนความรู้เดิม เกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนรู้

ได้แก่ มอนเตสซอรี่ ไฮ/สโคป วอลดอฟ การสอนโครงการ 

☁ ประสบการณ์การไปสังเกตการสอนช่วงเช้าว่ามีกิจวัตรประจำวันอย่างไรบ้าง

☁ แนะนำเพลงเก็บเด็ก สอนร้องเพลง

ได้เทคนิคในการร้องเพลงและดึงดูดความสนใจของเด็ก การออกแบบท่าเต้นแสดงตามเพลง 

☁ เขียนสรุปแผ่นชาร์ต

อาจารย์ให้จับกลุ่มเขีนแผ่นชาร์ตเกี่ยวกับกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ นำความรู้ ประสบการณ์เดิมที่เคยเรียนรู้นำมาเขียนในแผ่นชาร์ต

👉 1.วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเคลื่่่อนไหวและจังหวะ

        ✏ ฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง,ตามจังหวะ,ตามจินตนาการ
        ✏ ความจำ
        ✏ เคลื่อนไหวตามคำบรรยาย
        ✏ ผู้นำผู้ตาม

👉 2.รูปแบบการเคลื่อนไหว,ประเภท

1. เคลื่อนไหวอยู่กับที่ (ใช้อุปกรณ์,ไม่ใช้อุปกรณ์) ได้แก่ ตบมือ ผงกศีรษะ  ขยิบตา ชันเขา เคาะเท้า เคลื่อนไหวมือและแขน มือและนิ้ว เท้าและปลายเท้า โยกตัว ก้ม

2.การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (ใช้อุปกรณ์,ไม่ใช้อุปกรณ์)  ได้แก่ คลาน คืบ เดิน วิ่ง  กระโดด ควบม้า ก้าวกระโดด







 


การประเมิน


ประเมินตนเอง

⇒ ยังไม่มีความตั้งใจในการฟังมากนััก แต่ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน

ประเมินอาจารย์

⇒ อาจารย์พยายามอธิบายในแต่ละหลักการให้นักศึกษาเข้าใจเน้นให้นักศึกษาคิดตาม

ประเมินเพื่อน

⇒ เพื่อนตั้งใจทำกิจกรรม บางคนยังไม่ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน 

บันทึกการเรียนครั้งที่ 2

24 /08/2563 

👶บันทึกการเรียนครั้งที่ 2






อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มหาหน่วยนำมาจัดประสบการณ์

โดยกลุ่มดิฉันได้หน่วยสุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวหนู

อาจารย์ได้อธิบายหลักการการเลือกเนื้อหาหน่วยที่จะนำไปสอน ต้องสอดคล้องกับพัฒนาการ ความสามารถของเด็กในแต่ละช่วงวัย

การจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของเด็ก คือการเล่น ให้เด็กได้ลงมือกระทำ เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้เคลื่อนไหว สำรวจ เล่น สังเกต สืบค้น ทดลอง และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง





อาจารย์ให้เขียนแผนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะคนละ1แผน ให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ที่เลือกมา และให้เพื่อนกลุ่มที่1ออกมา
ทดลองสอนตามแผน อาจารย์ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ



การประเมิน

ประเมินตนเอง

➠ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับเพื่อน และรับฟังคำแนะนำของอาจารย์

ประเมินอาจารย์

➠ มีการแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวับข้อบกพร่องต่างๆของการสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

ประเมินเพื่อน

➠ เพื่อนตั้งใจทำกิจกรรม และมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทุกคน

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2563

TEACHING EXAMPLES ตัวอย่างการสอน



TEACHING EXAMPLES ตัวอย่างการสอน







RESEARCH วิจัย

 

RESEARCH วิจัย

⏩การใช้กิจกรรมด้านประสาทสัมผัสเพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านจำนวนและรู้ค่าจำนวนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา⏪


    การวิจัยครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจำนวนและรู้ค่าจํานวนของเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ก่อนและหลังใช้กิจกรรมด้านประสาทสัมผัส ตัวอย่างที่ ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่

1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านประสาทสัมผัส

2. แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจำนวนและรู้ค่าจำนวน

ผลการวิจัยพบว่าความสามารถด้านการอ่านจำนวนและรู้ค่าจานวนของเด็กปฐมวัยที่ มีความบกพร่องทางสติปัญญา หลังได้รับการสอนโดยใช้กิจกรรมด้านประสาทสัมผัสสูงขึ้น



THE ARTICLE บทความ



THE ARTICLE บทความ

⏩การจัดการศึกษาปฐมวัย⏪


การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญ

เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย การทำงานของสมอง การเรียนรู้และการเล่นของเด็ก โดยหลักสูตร

การศึกษาปฐมวัยฉบับนี้จึงถือ “การเล่น” อย่างมีจุดมุ่งหมาย เป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์

ให้กับเด็ก ให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและ

วัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็กว่ามีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็ก

แต่ละคน ทั้งนี้ หลักสูตรฉบับนี้มีแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัย ดังนี้

1. แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการ

เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชีวิต ซึ่งครอบคลุมการ

เปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ พัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ

สติปัญญาของเด็กแต่ละคนจะมีลำดับขั้นตอนลักษณะเดียวกัน แต่อัตราและระยะเวลาในการผ่าน

ขั้นตอนต่างๆ อาจแตกต่างกันได้ ขั้นตอนแรกๆ จะเป็นพื้นฐานสำหรับพัฒนาการขั้นต่อไป

2. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง + EF เด็กวัย 3 - 6 ปีเป็นช่วงเวลาทอง

ของการพัฒนาทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตสู่ความสำเร็จดีที่สุดชีวิต เพราะสมองเจริญเติบโตอย่าง

รวดเร็วมาก เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อใดยิ่งได้รับการกระตุ้นมาก การเชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์สมอง

และความสามารถทางการคิดจะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตสู่ความสำเร็จ เป็น

3. แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้และการเล่นของเด็ก การเรียนรู้ของมนุษย์เรามีผลสืบ

เนื่องมาจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเกิดขึ้นจากกระบวนการที่ผู้เรียนมี

ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยผู้เรียนจะต้องเป็นผู้กระทำให้เกิดขึ้นด้วยตนเอง และการ

เรียนรู้จะเป็นไปได้ดีถ้าผู้เรียนได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้เคลื่อนไหว มีโอกาสคิดริเริ่มตามความ

ต้องการและความสนใจของตนเอง รวมทั้งอยู่ในบรรยากาศที่เป็นอิสระ อบอุ่นและปลอดภัย ดังนั้น การ

จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

4. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ทำให้เด็ก

เกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยาก กลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจ

และเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ ต้อง

ปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ และความ

ต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยควรมีสื่อทั้งที่เป็น

ประเภท 2 มิติ และ/หรือ 3 มิติ ที่เป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก สื่อสะท้อน

วัฒนธรรม สื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น

5. แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินพัฒนาการเด็ก

6. แนวคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม บริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัย

อยู่หรือแวดล้อมตัวเด็ก ทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ถือว่าผู้สอน

จำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าวัฒนธรรมและสังคมที่แวดล้อมตัวเด็ก เพราะเด็กได้รับอิทธิพลจากการ

ปฏิบัติตามประเพณีมรดก และความรู้ของบรรพบุรุษ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และ

ชุมชนของ

7. แนวคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม ครอบครัว


บันทึกการเรียนครั้งที่ 12

09/11/2563  🌻 บันทึกการเรียนครั้งที่ 12 อาจารย์นำแผนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอและได้ให้คำแนะนำไปทีละกลุ่มว่าควรแก้ไขตรงไหนอย่างไร โดยอาจารย์ไ...